เริ่มต้นประสบการณ์ดำน้ำในไทยแบบมือโปร นักดำน้ำมือใหม่อ่านเลย!
กำลังลังเลอยู่ไหมว่าจะเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี หรือเริ่มเรียนดำน้ำที่เกาะไหนดี? ในบทความนี้ Nava Scuba Diving จะพาทุกคนไปสำรวจว่ามือใหม่ดำน้ำต้องเริ่มเรียนที่ไหนดีกว่ากัน ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน รวมถึงโซนใกล้กรุงเทพฯ อย่างทะเลฝั่งตะวันออก เพราะแน่นอนว่าทุกคนต้องอยากได้เจอน้ำทะเลใส ๆ ฝูงปลาแน่น ๆ และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
แต่ถ้าใครมีตัวเลือกในใจอยู่แล้วว่าอยากไปเริ่มต้นเรียนดำน้ำที่เกาะเต่า Nava Scuba Diving ก็พร้อมแนะนำแพ็คเกจดำน้ำเกาะเต่าสำหรับมือใหม่และพาคุณไปเปิดประสบการณ์ใต้ทะเลสุดว้าว และยังได้เจอเพื่อนนักดำน้ำจากทั่วโลก หากพร้อมแล้ว มาเตรียมตัวจัดทริป เลือกว่าจะไปเรียนดำน้ำที่ไหนดีในไทย แล้วไปใช้เวลาในวันหยุดแบบสำราญใจกันเลย!
ทำไมการดำน้ำในประเทศไทยถึงเป็นจุดหมายยอดฮิตของนักเดินทางทั่วโลก
แน่นอนว่าประเทศไทยคือหนึ่งในปลายทางยอดนิยมของนักดำน้ำและผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลก เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่เราจะไปดูกันว่าจะเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี เรามาเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมชาวต่างชาติและคนไทยเองถึงยกให้ประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ในการเริ่มต้นเส้นทางนักดำน้ำ
- น้ำทะเลอุ่นสบาย: น้ำทะเลที่ไทยอุณหภูมิประมาณ 28-30 องศาตลอดทั้งปี ทำให้การดำน้ำที่นี่ไม่ต้องใส่เว็ทสูทหนา ๆ และไม่ต้องทนหนาวเลย
- ทัศนวิสัยใต้น้ำยอดเยี่ยม: ในฤดูที่เหมาะสมทัศนวิสัยใต้น้ำสามารถชัดไกลถึง 30 เมตร และแม้จะเฉลี่ยกันทั้งปีก็ยังดีกว่าหลายพื้นที่บนโลก
- ความหลากหลายทางธรรมชาติ: ด้วยพื้นที่ดำน้ำจากสองฝั่งทะเลทั้งอันดามัน และอ่าวไทย ทำให้เรามีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดให้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นฉลามวาฬ กระเบนราหู และเต่าทะเล
- การสอนดำน้ำมาตรฐานโลก: โรงเรียนสอนดำน้ำมาตรฐานสากลยกตัวอย่างเช่น Nava Scuba Diving ที่เป็นทั้ง PADI 5-Star Dive Center และ PADI ECO Center
- ความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว: ทริปทั่วไทยทำได้ง่ายทั้งรถ เรือและเครื่องบิน ที่พร้อมให้ใช้งานในการเชื่อมต่อเส้นทางในทริปได้อย่างสะดวกสบาย
เลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี? สำรวจ 3 โซนทะเลไทยที่คุณไม่ควรพลาด
สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดีหรือเริ่มเรียนดำน้ำที่เกาะไหนดี เราขอแนะนำ 3 โซนทะเลในไทย พร้อมตัวอย่างจุดดำน้ำที่เหมาะกับมือใหม่ ดังนี้
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | อ่าวไทยตอนล่าง | อ่าวไทยตอนบน | อันดามัน |
|---|---|---|---|
| จุดดำน้ำเด่น | เกาะเต่า | เกาะช้าง, เกาะแสมสาร | เกาะลันตา, เกาะพีพี |
| ระยะเวลาที่ใช้โดยเฉลี่ย | 3-4 วัน (เรียนคอร์สเต็ม) | 1-2 วัน (ทริปสั้น) | 3-5 วัน (ทริป Liveaboard) |
| ช่วงเวลาที่เหมาะในการดำน้ำ | กุมภาพันธ์ - ตุลาคม | ตุลาคม - พฤษภาคม | พฤศจิกายน - พฤษภาคม |
| ราคาคอร์สดำน้ำ | ประมาณ ฿11,000 - ฿12,000 | ประมาณ ฿14,500 - ฿14,900 | ประมาณ ฿12,000 - ฿15,000 |
| ราคาทริปดำน้ำ | ~฿1,000 ต่อไดฟ์ | ~฿1,600 ต่อไดฟ์ | ~฿1,800 ต่อไดฟ์ |
| เป้าหมายในการดำน้ำ | เริ่มต้นเรียนดำน้ำ | ออกทริปสั้น | ออกทริประยะยาว |
1. ฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (Lower Gulf of Thailand) - จุดเริ่มต้นที่เยี่ยมที่สุด
อ่าวไทยมีลักษณะหาดทรายยาว น้ำตื้นกว้าง และคลื่นค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับทะเลฝั่งอันดามัน นี่จึงเป็นลักษณะที่เหมาะกับการฝึกทักษะดำน้ำพื้นฐานและการเริ่มต้นดำน้ำที่สุด
ที่สำคัญ บริเวณอ่าวไทยยังมีความหลากหลายของจุดดำน้ำ ตั้งแต่เกาะเล็กเกาะน้อย ไปจนถึงจุดดำน้ำเชิงเทคนิคที่ลึกขึ้น ทำให้นักดำน้ำที่กำลังค้นหาว่าเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติล้วนถูกดึงดูดให้มาสำรวจจุดดำน้ำโซนอ่าวไทยตลอดปี
หากจะพูดถึงจุดดำน้ำไฮไลต์ของอ่าวไทย แน่นอนว่า “เกาะเต่า” ต้องติดหนึ่งในลิสต์แน่นอน ยิ่งถ้าคุณลองค้นหาว่าเรียนดำน้ำที่ไหนดี เกาะเต่าจะติดอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะที่นี่คือเกาะหลักในการเริ่มต้นเรียนดำน้ำลึกระดับโลก
ทำไมเกาะเต่าถึงเหมาะกับมือใหม่เริ่มต้นเรียนดำน้ำ
เกาะเต่าคือปลายทางที่สร้างนักดำน้ำติดระดับท็อป ๆ ของโลกด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนดำน้ำที่สุด
- ดำน้ำได้ตลอดทั้งปี: เกาะเต่ามีมรสุมสั้นแค่ประมาณสามเดือนช่วงปลายปี และถึงจะเป็นช่วงนี้ก็ยังดำน้ำได้ตลอด เนื่องจากมีจุดดำน้ำที่หลบจากลมมรสุม
ได้สบาย - ไดฟ์ไซต์ใกล้และอุดมสมบูรณ์: ไดฟ์ไซต์เกาะเต่าห่างจากเกาะไม่มาก แต่เต็มไปด้วยปะการังและฝูงปลาที่น่าจดจำ และยังมีให้เลือกมากกว่า 20 จุดทั่วเกาะ
- สังคมนักดำน้ำสุดเฟรนด์ลี่: บรรยากาศบนเกาะเต็มไปด้วยคนที่หลงใหลในท้องทะเล การได้เพื่อนใหม่และได้สัมผัสไลฟ์สไตล์คนเกาะเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้
- มาตรฐานความปลอดภัยสูง: ด้วยความที่มีโรงเรียนดำน้ำมากมาย การแข่งขันด้านคุณภาพจึงสูงตามไปด้วย อย่างเราที่เป็นโรงเรียนมาตรฐาน PADI พร้อมกับชุดอุปกรณ์ที่ดูแลอย่างดีที่สุด
สำหรับใครที่สนใจอยากวางแผนทริปมาเรียนดำน้ำที่เกาะเต่า ลองอ่านคู่มือท่องเที่ยวเกาะเต่า 2026 ได้ที่นี่
2. ฝั่งทะเลอันดามัน (Andaman Sea) - สวยระดับโลก แต่ต้องดูฤดูกาล
ทะเลฝั่งอันดามันขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีคราม ทัศนียภาพสวยงาม รวมไปถึงปะการังที่อุดมสมบูรณ์ แต่ข้อระวังที่สำคัญคือเรื่องฤดูกาล ทะเลฝั่งนี้จะเหมาะกับการดำน้ำเฉพาะช่วงพฤศจิกายน จนถึงประมาณต้นพฤษภาคมเท่านั้น เพราะนอกจากคลื่นลมจะแรงขึ้นแล้ว อุทยานหลายแห่งก็จะปิดในช่วงนี้ด้วย
จุดดำน้ำในทะเลอันดามันที่น่าสนใจ
ถ้าไม่แน่ใจว่าดำน้ำในไทยควรไปเกาะไหนในฝั่งอันดามัน ลองดูจากลิสต์เกาะดำน้ำนี้เลย
- เกาะพีพี จ.กระบี่: น้ำใส ปะการังสวย ฝูงปลาเยอะ เหมาะกับทั้งนักดำน้ำมือใหม่และนักดำน้ำที่มีประสบการณ์
- เกาะลันตา จ.กระบี่: ไดฟ์ไซต์ยอดฮิตอย่างหินแดง และหินม่วงอยู่ที่นี่ เหมาะกับนักดำน้ำระดับแอดว๊านซ์ขึ้นไป
- ภูเก็ต: เดินทางง่าย มีโรงเรียนดำน้ำหลากหลาย สามารถไปดำน้ำถึงไดฟ์ไซต์ที่เกาะพีพี
- หมู่เกาะสิมิลัน: สำหรับทริป liveaboard (ทริปดำน้ำค้างคืนบนเรือ) เหมาะกับนักดำน้ำระดับแอดว๊านซ์ขึ้นไป เพราะกระแสน้ำค่อนข้างแรง
- หลีเป๊ะ จ.สตูล: ดำน้ำแบบนอนบกได้ แต่ไดฟ์ไซต์สวย ๆ ส่วนมากเหมาะสำหรับนักดำน้ำระดับแอดว๊านซ์ขึ้นไป ทั้งเรื่องกระแสน้ำและความลึก
3. ฝั่งอ่าวไทยตอนบน / ฝั่งตะวันออก (Eastern Sea) - ใกล้กรุงเทพฯ เน้นสะดวก
ฝั่งตะวันออกเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเมืองที่มีเวลาน้อยหรืออยากดำน้ำใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ถึงน้ำจะใสสู้บริเวณอื่นของไทยไม่ได้ แต่ก็ยังเหมาะสำหรับทุกคน
ใครยังสงสัยว่ามือใหม่ดำน้ำต้องเริ่มเรียนที่ไหน โซนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สะดวกสบายถ้ามีเวลาจำกัด และไม่มีปัญหาที่จะดำน้ำดูธรรมชาติที่อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าที่อื่น
ดำน้ำใกล้กรุงเทพฝั่งตะวันออกมีที่ไหนบ้าง
- แสมสาร: ปลายทางยอดฮิตของคนที่เรียนดำน้ำในสระจากกรุงเทพมาออกทะเลที่นี่ เหมาะกับคนมีเวลาน้อย หรือต้องการดำน้ำแบบใกล้กรุงเทพในเวลา 1 วัน
- เกาะช้าง: บรรยากาศผ่อนคลาย ไกลจากกรุงเทพ แต่มีเรือออกประจำและเดินทางไม่ยาก มีเรือจมอย่างเรือหลวงช้างชื่อดังที่ดึงดูดให้คนมาเยี่ยมชม
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี
เมื่อรู้แล้วว่าทะเลโซนไหนน่าสนใจ แต่ก็ยังไม่ชัวร์ว่าควรเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี หรือเริ่มเรียนดำน้ำที่เกาะไหน Nava Scuba Diving แนะนำให้ลองพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติมตามเช็กลิสต์ด้านล่างนี้ เพื่อช่วยให้คุณเลือกสถานที่เรียนดำน้ำที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
- มีเวลาทั้งหมดกี่วัน?: ถ้ามีแค่เสาร์-อาทิตย์อาจจะเหมาะกับการไปฝั่งตะวันออก แต่ถ้ามีเพิ่มอีกสักหน่อยเป็น 4-5 วัน เกาะเต่าเป็นอีกจุดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ แต่ทะเลสวยงามสุด ๆ
- เดินทางช่วงเดือนไหน?: เกาะเต่าสามารถมาดำน้ำได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้ามีแพลนไปอันดามันควรไปช่วงพฤศจิกายนจนถึงไม่เกินพฤษภาคมเพื่อหลบมรสุม
- ตั้งงบไว้เท่าไหร่?: เกาะเต่าขึ้นชื่อเรื่องการดำน้ำในราคาสบายกระเป๋า ต่างจากฝั่งอันดามันที่แพงกว่า เนื่องจากจุดดำน้ำที่ไกลฝั่งกว่ามาก
- เป้าหมายของการเรียนดำน้ำ: ถ้าแพลนเริ่มเรียนดำน้ำเกาะเต่าและฝั่งตะวันออกอื่น ๆ จะเหมาะกับการเริ่มเรียนที่สุด แล้วฝั่งอันดามันสามารถตะลุยเก็บโดยการไปลีฟอะบอร์ดได้แบบสบาย ๆ
เริ่มเรียนดำน้ำอย่างมั่นใจกับ Nava Scuba Diving ที่เกาะเต่า
เกาะเต่า คือปลายทางที่สมบูรณ์แบบของมือใหม่ดำน้ำต้องเริ่มเรียนที่ไหน ที่ Nava Scuba Diving เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเรือเฟอร์รี่ พร้อมการจัดการที่ครบทุกอย่าง ตั้งแต่บริการรถรับ-ส่ง อาหารกลางวันบนเรือ ไปจนถึงอุปกรณ์ดำน้ำรุ่นใหม่ที่ได้มาตรฐานระดับโลก คุณแค่เตรียมตัว เตรียมใจ และมาสนุกไปกับเราก็พอ!
ไดฟ์ไซต์สุดว้าวที่จะได้เจอถ้ามาเกาะเต่า
ที่นี่เป็นจุดดำน้ำที่ลงตัวสุด ๆ มีไดฟ์ไซต์ ให้เลือกหลากหลายตามความชอบและระดับความสามารถ เช่น
- กองหินชุมพร (Chumphon Pinnacle): จุดดำน้ำชื่อดังของเกาะเต่า ด้วยดอกไม้ทะเลคลุมทั้งยอดกอง ฝูงปลาตลอดปี และโอกาสเจอฉลามวาฬ
- กองหินเซ้าท์เวสต์ (Southwest Pinnacle): กองหินกลางทะเลที่เต็มไปด้วยฝูงปลาใหญ่ แทรกด้วยซอกหินให้สำรวจ แถมยังมีกองลับ Secret Pinnacle รอให้สายแอดเวนเจอร์ไปค้นพบ
- กองหินขาว (White Rock): จุดดำน้ำบรรยากาศสบาย ๆ ความลึกกำลังพอดี ดำน้ำง่าย พร้อมแนวปะการังและฝูงปลาล้อมรอบ ทั้งยังเป็นหนึ่งในจุด Night Dive ยอดฮิตของเกาะเต่า
- กองหินโนเนม (No Name Pinnacle): สายสำรวจต้องชอบ จุดดำน้ำที่ซ่อนแนวกองหินให้ไล่ดูทีละมุม ก่อนพาไปต่อถึงซากเรือหลวงสู้ไพรินทร์ 313 ใกล้ ๆ เพิ่มเลเยอร์ความตื่นเต้นให้ไดฟ์นี้ไม่น่าเบื่อ
เลือกคอร์สเรียนดำน้ำ PADI ที่ใช่สำหรับคุณบนเกาะเต่า
Nava Scuba Diving เรามีคอร์สดำน้ำมือใหม่ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ลองดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับคุณ:
Discover Scuba Diving ประสบการณ์ทดลองดำน้ำ 1 วัน
อยากลองสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำ แต่ไม่อยากลงเรียนคอร์สหลายวัน? ทดลองดำน้ำได้ในเวลาเพียงแค่ 1 วัน ได้ลงทะเลจริง และพิสูจน์กับตัวเองว่าหลงรักทะเลแล้วหรือไม่ คุณจะได้สัมผัสกับโลกใต้ทะเลที่ความลึกไม่เกิน 12 เมตร อยากปลอดภัยพร้อมการดูแลอย่างใกล้ชิดจากครู
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่.
PADI Scuba Diver เรียนดำน้ำแบบกระชับใน 2 วัน
ถ้ามีเวลาจำกัดแต่อยากเริ่มดำน้ำแบบจริงจัง คอร์สนี้ตอบโจทย์สุด ๆ ใช้เวลาเพียง 2 วัน คุณจะได้เรียนพื้นฐาน ฝึกสกิลในน้ำ ดำน้ำได้ลึกถึง 12 เมตร พร้อมรับใบรับรอง PADI ที่ใช้งานได้ทั่วโลก ทั้งยังสามารถต่อยอดไปคอร์สเต็มในอนาคตได้แบบสบาย ๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่.
PADI Open Water คอร์สเริ่มต้นเรียน 3 วัน ดำน้ำต่อได้ทั่วโลก
คอร์สพื้นฐานยอดฮิตสำหรับคนที่เริ่มจริงจังกับการดำน้ำ ใช้เวลาเรียนประมาณ 3 วัน ครบทั้งทฤษฎี ฝึกสกิล และลงทะเลจริงถึง 4 ไดฟ์ จบแล้วรับใบรับรอง PADI Open Water ที่พาคุณดำน้ำได้ลึกถึง 18 เมตร ที่สำคัญ ยังมี eLearning ให้เริ่มเรียนล่วงหน้าได้ มาถึงเกาะเต่าปุ๊บก็พร้อมลงน้ำปั๊บ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่.
PADI Advanced Open Water คอร์สยกระดับสกิลและก้าวสู่ความลึกที่มากยิ่งขึ้น
ต่อยอดคอร์ส PADI Open Water ภายใน 2 วัน กับ 5 ไดฟ์จริง ปลดล็อกความลึกสูงสุด 30 เมตร พร้อมฝึกสกิลสำคัญอย่าง Deep Dive และ Navigation รวมถึง Adventure Dive ที่เลือกได้เอง ช่วยให้ดำน้ำมั่นใจ คุมลอยตัวดีขึ้น พร้อมสำรวจจุดดำน้ำลึกหรือซากเรือจมได้มากขึ้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่.
ไม่ว่าคุณจะกำลังตัดสินใจว่าเลือกเรียนดำน้ำที่ไหนดี เริ่มเรียนดำน้ำที่เกาะไหนดี หรือมือใหม่ดำน้ำต้องเริ่มเรียนที่ไหน สิ่งสำคัญคือเลือกจุดดำน้ำที่เหมาะกับระยะเวลาที่มี ฤดูกาล งบ และเป้าหมายในการเรียนดำน้ำของตัวเอง
จากทุกโซนในไทย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอ่าวไทย อันดามัน คำตอบของเรียนดำน้ำที่ไหนดี ไทยย่อมมีหลากหลาย แต่ “เกาะเต่า” นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุดถ้าเกิดคุณกำลังมองหาเกาะในการเรียนดำน้ำสกูบ้า เลือกว่าดำน้ำในไทยควรไปเกาะไหน เลือก จุดดำน้ำเกาะเต่า แล้วมาเริ่มต้นประสบการณ์ในฝันไปกับเราเลย


